วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

"สนธิ"ย้ำ รบ.ขายชาติต้องไล่ออกสถานเดียว แค่เปลี่ยน รมต.ทวง"พระวิหาร"ไม่สำเร็จ

"สนธิ" ฟันธงจะปรับ ครม.เปลี่ยนรัฐมนตรีต่างประเทศอีกร้อยคนก็แก้ปัญหาปราสาทพระวิหารไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายรัฐบาลขายชาติ ย้ำปล่อยให้อยู่ต่อไปประเทศฉิบหายแน่ ชี้เหตุการณ์สั่งอันธพาลออกมาสร้างความรุนแรงป่าเถื่อนสะท้อนการดิ้นรนระยะสุดท้ายแล้ว วันนี้(28 ก.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีสะพานมัฆวานฯ โดยย้ำว่าแม้รัฐบาลจะแต่งตั้งรัฐมนตรีต่างประเทศอีกสักร้อยคนก็ไม่มีทางแก้ปัญหาปราสาทพระวิหารได้เลย และว่าหากรัฐบาลชุดนี้อยู่อีก 1 วันก็จะเสียหาย 1 วัน อีก 1 วินาทีก็จะเสียหาย 1 วินาที และถ้ายังอยู่ต่อไปประเทศฉิบหายแน่นอน นายสนธิ เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาเรื่องปราสาทพระวิหาร หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ว่า สิ่งที่ต้องทำมีหลายข้อดังนี้

1.ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้วที่ไปให้ความเห็นชอบในแถลงการณ์ร่วมให้เขมรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร
2.ตั้งคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลาง และสังคมให้ความเชื่อถือมาไต่สวนหาความผิด
3.จากนั้นให้แจ้งไปยังสหประชาชาติว่ามีการฉ้อฉลและให้รื้อฟื้นคดีปราสาทพระวิหารขึ้นมาใหม่
4.ขอลาออกจากองค์การยูเนสโกและขอคืนสถานภาพโบราณสถานที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเอาไว้ในประเทศไทยทั้งหมด 5. เรียกทูตเขมรมารับทราบว่าไทยไม่ยอมรับแผนที่ที่เขมรอ้างฝ่ายเดียว และจะไม่ยอมรับเด็ดขาด
5. ตั้งทูตพิเศษเดินสายชี้แจงประเทศที่เป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมล็อบบี้ทั้งทางลับและเปิดเผย และชี้ให้เห็นว่าราเคยถูกฝรั่งเศสรังแกอย่างไร
6. แจ้งคนไทยตามแนวชายแดนรับทราบสถานการณ์หากมีตวามจำเป็นต้องปิดชายแดน
7.เสนอเจรจากับเขมรแบบทวิภาคี โดยยืนยันยึดสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน หากตกลงกันไม่ได้ ก็ให้ยึดคำตัดสินของศาลโลกชั่วคราวนั่นคือให้เขมรถอนทหารกลับไปที่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งไทยต้องรักษาอธิปไตยแม้จะเกิดสงครามก็ยอม เป็นต้น

นายสนธิ กล่าวว่า การยืนกรานท่าทีของไทยแบบนี้ย่อมทำให้เขมรโกรธ แต่ไม่กล้าทำสงครามกับไทย แต่ที่ผ่านมามีความก้าวกร้าวกับไทยเพราะมีรัฐบาลขายชาติ และถ้าเขมรหันไปพึ่งเวียดนามก็จะมีปัญหาในลักษณะเดียวกันระหว่างคนเขมรกับคนเวียดนามอีก

นายสนธิ กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์ไปถึงขั้นที่สหประชาชาติเข้ามาแล้ว ถึงตอนนั้นไทยมีความได้เปรียบ และว่าเมื่อเราลาออกจากยูเนสโกแล้วและเมื่อกรรมการ 7 ชาติที่บริหารปราสาทพระวิหารก็จะไม่ให้ใช้เขตแดนไทยเป็นทางผ่าน หากเข้าปราสาทพระวิหารให้ขึ้นจากฝั่งเขมีโดยนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปลงที่นั่น ถ้าเป็นดังนี้ทุกอย่างก็จะย้อนกลับไปสมัย 2505 ที่เขมรได้ไปเฉพาะปราสาท

"รัฐบาลชุดนี้จะปรับคณะรัฐมนตรีอีกกี่ครั้งก็ไม่มีความหมาย และเชื่อว่า นายเตช (บุนนาค) แก้ปัญหาปราสาทพระวิหารไม่ได้ เพราะนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ขายชาติ" นายสนธิ ระบุ

จากนั้นได้เปิดคลิปเสียงขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยปราศรัยกับกลุ่มกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าชมรมรักอุดรที่นำโดยนายขวัญชัย ไพรพณา นักจัดรายการที่นำม็อบถ่อยไปรุมทำร้ายพี่น้องพันธมิตรฯ เมื่อครั้งเดินทางไปตรวจราชการที่ภาคอีสาน อย่างไรก็ดีในคลิปเสียงดังกล่าว รตอ.เฉลิม กลับกล่าวชมกลุ่มชมรมคนรักอุดรฯในขณะนั้นว่าเคารพประชาธิปไตย แต่กลับกล่าวหาว่าพันธมิตรที่กระบี่เป็นม็อบเถื่อน

นายสนธิ กล่าวว่า จากภาพชี้ให้เห็นว่า ร.ต.อ.เฉลิมและนายขวัญชัยมีความใกล้ชิด ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นนักการเมือง และต้องถูกดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งโทษถึงขั้นจำคุก

"ใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดเพราะสังเกตจาการมีปฏิกริยาจากจากพวกอันธพาล เพราะถ้าพวกเขาได้เปรียบเขาจะไม่สนใจ และวันนี้ 3 รัฐมนตรีที่ถูกศาลฎีกาฯรับฟ้องคดีหวยบนดิน ก้ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้ามีความผิดตามมาตรา 157 และสองสามวันจะมีคดีอย่างต่อเนื่อง วันที่ 31 มีการตัดสินคดีของคุณหญิงพจมาน ถ้าศาลจำคุก แม้ว่าสามารถอุทธรณ์ได้ แต่ถ้าศาลไม่ให้ประกันละ ทุกอย่างเป็นไปได้" นายสนธิ กล่าวและว่าหากเปรียบเหมือนเชือกที่ขมวดเข้ามาจนใกล้ขาดแล้ว ให้อดทนอีกนิด

5 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ห่ะๆ

สรุปคือ ไม่ว่าใครจะออกมาว่า มาออกความคิดเห็นกันอย่างไรก็ตาม
ก็คงไม่มีผลอะไร หาก..ครม.ยังคงเป็นชุดเดิม..เดิม

ปล.ระอากับการเมืองแร้วคับท่าน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากให้คนในประเทศไม่กัดกันเองจะดีที่สุด

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เมื่อไหร่จะเข้าที่ซะที


การเมือง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เบื่อสนธิจัง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

การเมืองน่าเบื่อวะ